คุยคุ้ยขยะ#9 วันลอยกระทงผ่านไป เราทิ้งอะไรไว้บ้าง

วันเพ็ญเดือนสิบสอง ตามปฏิทินของไทย ถือเป็นวันลอยกระทงซึ่งเป็นประเพณีที่สืบต่อมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เดิมนั้นจะใช้ประทีบวางบนดอกบัวที่บานแล้ว นำไปลอยเป็นกระทง เพื่อบูชาพระแม่คงคาหรือบางความเชื่อก็ว่าเป็นการลอยความทุกข์โศกให้ไปกับสายน้ำ ภายหลังการหาดอกบัวที่บานแล้วมาลอยน้ำเป็นเรื่องยากจึงมีการนำต้นกล้วยมาประดับตกแต่งให้คล้ายดอกบัวแล้วใช้ลอยแทน

water-lily-177891_1920.jpg
ไม่ว่ากระทงประเภทไหนๆ ก็ทำได้ไม่สวยเท่าดอกบัวที่ขึ้นบนน้ำตามธรรมชาติ

เมื่อถึงยุคสมัยที่พลาสติกเริ่มแพร่หลาย จึงเริ่มมีการใช้โฟมแทน ซึ่งโฟมจัดเป็นพลาสติกประเภท PS (Polystyrene) ที่ถูกขยายปริมาตรโดยการให้ความร้อน ทำให้ลอยน้ำได้ดี และยังมีน้ำหนักเบามาก รวมถึงสามารถตกแต่งด้วยกระดาษหลายหลายสีสันได้โดยง่าย

หลักจากการใช้โฟมได้สักพัก เราก็เริ่มค้นพบว่าเจ้ากระทงโฟม PS นี้ใช้เวลาในการย่อยสลายถึง 500 ร้อยปี เรียกได้ว่ากระทงโฟมที่เราเคยลอยเมื่อตอนเป็นเด็ก ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ที่ไหนสักที่บนโลก และจะยังคงอยู่ต่อไปอีกนาน อาจจะนานกว่าประเพณีลอยกระทงเองด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงมีการรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้โฟมในการทำกระทงตั้งแต่นั้นมา

แต่การทำกระทงด้วยต้นกล้วยเอง ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดี เมื่อกระทงบางส่วนจมน้ำและทำให้น้ำเน่าเสีย จึงมีคนคิดค้นกระทงที่ทำจากขนมปังขึ้น ด้วยไอเดียที่ว่า ขนมปัง สามารถกลายเป็นอาหารของปลาได้ ซึ่งฟังดูเผินๆ ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดี แต่มนุษย์คงลืมไปอย่างนึงว่าเราไม่ได้ถามปลาว่าเค้าชอบกินกับเราไหม กระทงขนมปังจึงกลายเป็นวายร้ายตัวใหม่ ซึ่งนอกจากปลาจะไม่กิน(หรือกินไม่ทัน)แล้ว กระทงขนมปังยังจมเร็วกว่าและเน่าเร็วกว่ากระทงต้นกล้วยเสียอีก

ระยะหลังกระแสกระทงโฟมจึงถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง โดยคุณสมบัติของโฟมที่ไม่จม ทำให้การจััดเก็บเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าคิดให้ดี การจัดเก็บกระทงได้หมด เป็นการแก้ปัญหาของน้ำก็จริง แต่มันจะไปเพิ่มภาระให้กับการกำจัดบนดินแทน

polystyrene-911001_1920.jpg
โฟม EPS ที่เกิดจากการขยายตัวของเม็ดพลาสติก PS 40 เท่า

นอกจากตัวกระทง วันลอยกระทงยังมีการลอยโคมซึ่งเชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ให้พ้นจากชีวิต บางแห่งจัดการลอยโคมพร้อมๆ กันนับพันด้วย ซึ่งแสงไฟระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้าก็เป็นภาพที่สวยงามดี แต่คล้อยหลังความสวยงามไม่กี่นาทีนั้น โคมลอยก็ไม่ต่างจากกระทงสักเท่าไหร่ หลังจากที่โคมลับสายตาผู้ปล่อยไป มันก็เหมือนขยะลอยได้ชิ้นหนึ่ง ที่บรรจุเชื้อเพลิงและเปลวไฟ พร้อมจะตกลงที่หลังคาบ้านใครสักคน

ตัวโคมลอยนั้นทำมาจากกระดาษขาวบาง ขึ้นโครงด้วยไม้ไผ่ ตรงกลางก้อนเชื้อเพลิงทำจากกระดาษทิชชู่ชุบขี้ผึ้งหรือเทียนไขและน้ำมันก๊าด ยึดด้วยลวดเหล็กให้อยู่ตรงกลาง เมื่อตกลงบนพื้น ก็เหมือนกับใครมาทิ้งกระดาษแผ่นโตๆ ไว้ กระดาษอาจจะใช้เวลาย่อยสลายไม่กี่เดือน และสามารถเก็บไปรีไซเคิลได้ แต่ก็คงไม่มีใครภาวนาให้มาตกที่หน้าบ้านของตัวเองแน่ ส่วนโครงเหล็กและไม้ไผ่ใช้เวลาย่อยสลายหลายปี หากปลิวไปตกอยู่ในป่าหรือในเขตอุทยานแห่งชาติก็คงไม่น่าดูชมนัก

Chinese_lantern_at_Muir_of_Dinnet_national_nature_reserve_2-_CR-IMG_1616_1.jpg
ภาพจาก wikipedia ซากโคมลอยที่ตกอยู่ในอุทยานแห่งชาติ

นอกจากกระทง และโคมแล้ว ยังมีขยะอีกหลายประเภทที่เราทิ้งไว้หลังวันลอยกระทง อาทิ ธูป เทียน ดอกไม้ เศษประทัด โคมประดับ รวมถึงขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์ ของบางอย่างรีไซเคิลได้ เช่น เทียน ขวดแก้วและกระป๋องเบียร์ แต่อีกหลายอย่างเช่น โคมประดับที่ทำจากกระดาษสาไม่สามารถรีไซเคิลได้ เป็นต้น แต่จะมีสักกี่คนที่ออกไปเที่ยววันลอยกระทงแล้วหยิบสิ่งของที่ตัวตนทิ้งเอาไว้กลับมาจัดการอย่างถูกวิธี เราหวังแต่เพียงออกไปเก็บเกี่ยวเอาความสุขกลับบ้านและทิ้งปัญหาซึ่งไม่มีหน่วยงานไหนสามารถรับผิดชอบได้หมดถ้าทุกคนไม่ช่วยกัน

การแก้ปัญหาขยะวันลอยกระทงนั้น ก็เหมือนกับการแก้ปัญหาขยะอื่นๆ ที่มีหลักอยู่ 3 ข้อคือ
1. resposibility ความรับผิดชอบ ก่อนที่เราจะปล่อยสิ่งของที่เราสร้างขึ้นให้ละสายตาเรา เราจะต้องมั่นใจว่ามันถูกจัดการอย่างดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้ไอเดียที่ดีที่สุดในการลอยกระทงคือกระทงน้ำแข็ง การปล่อยโคมลอยที่ดีที่สุดคือผูกไว้ที่รั่วบ้านของท่านเอง ถ้าท่านคิดว่าไม่ปลอดภัย การลอยไปที่บ้านของคนอื่นก็ไม่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน
2. reduce ลดการใช้ ถ้าลดการลอยกระทงได้ จากลอยคนละใบ อาจจะเป็นสองคนหนึ่งใบ ครอบครัวละหนึ่งใบ หรือ ตำบลละใบ ธูปเทียนที่ใช้ควรมีขนาดพอดี ไม่ยาวจนจุดได้เป็นชั่วโมง
2. recycle ท้ายที่สุดแล้วหากไม่มีทางหลีกเลี่ยงการสร้างขยะได้ รีไซเคิลคือปราการด่านสุดท้าย การเลือกวัสดุที่จะนำมาผลิตของต่างๆ จำเป็นต้องเลือกวัสุดที่สามารถรีไซเคิลได้ง่าย

ถ้าหากคนไทยอยากสืบสานประเพณีวันลอยกระทง ให้เป็นประเพณีที่ดีงาม เพื่อขอขมาพระแม่คงคาสายน้ำและธรรมชาติที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของเราอย่าแท้จริง  เราจะต้องไม่ปล่อยให้วันนี้เป็นแค่วันที่อนุญาติให้คนไทยร่วมกันทิ้งขยะลงในแม่น้ำ ปล่อยขยะขึ้นสู่ท้องฟ้าได้โดยไม่ผิดกฎหมายเท่านั่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *