วิเคราะห์ราคาเศษเหล็กปี 2560 ผ่านกราฟปี 2559

ปี 2559 ทีผ่านมากถือเป็นอีกปีหนึ่งที่ยากลำบากของคนค้าเศษเหล็ก
เราเริ่มต้นปีด้วยราคาเศษเหล็กที่ต่ำเตี้ย จนถูกราคากระดาษแซงหน้าครั้งแรกในรอบหลายปี จากพิษเศรษฐกิจในประเทศ รวมกับมวลมหาเหล็กจากจีนที่ไหลทะลักล้นโลก จนราคาเหล็กสาละวันเตี้ยลงๆ

พอราคาเริ่มมีทีท่าว่าจะกลับมาช่วงกลางปี เรากลับพบความจริงอันโหดร้ายยิ่งกว่า เพราะราคาที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นมา 3 บาทโดยใช้เวลา 3 เดือน กลับดิ่งเหวกลับมาอยู่จุดเดิมในระยะเวลาไม่ถึงเดือน ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาขึ้นอย่างนี้อย่าขึ้นดีกว่า

เบื่องลึก เบื้องหลังราคาที่ขึ้นมาช่วงกลางปี 2559 เป็นเพราะอะไรผมก็ไม่แน่ใจ บ้างก็ว่าเป็นการปั่นราคาเพื่อปล่อยของ บ้างก็ว่าเป็นเพราะการประกาศนโยบายจำกัดการผลิตเหล็กของจีน แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่า

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าราคาเหล็กเมื่อไหร่จะขึ้นหรือเมื่อไหร่จะลง

เป็นที่รู้กันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่นำเข้าเหล็กเป็นหลัก เราไม่มีเหมืองแร่เหล็กเป็นของตัวเอง เราไม่มีโรงถลุงแร่เหล็ก สัดส่วนการใช้เหล็กของประเทศไทยถ้าเทียบทั้งโลกแล้ว ก็ถือว่าน้อยมากๆ

pic6

ดังนั้นโรงงานผลิตเหล็กในประเทศไทยจึงต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก และการอ้างอิงราคาก็จะต้องอ้างอิงกับตลาดต่างประเทศด้วย

ในที่นี้ผมจะพูดถึงเฉพาะราคาเหล็กที่มีผลต่อราคาเศษเหล็กในประเทศ ซึ่งผู้ผลิตเหล็กจะใช้ในการวิเคราะห์การตั้งราคา ประกอบด้วย

  1. Steel scrap price คือราคาเศษเหล็กที่ใช้ในการซื้อขายระหว่างประเทศ
  2. Iron ore  คือราคาแร่เหล็กที่ออกมาจากเหมือง
  3. Billet คือเหล็กที่ผ่านการถลุงแล้ว พร้อมสำหรับการนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์

ราคาแต่ละตัวนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวกันทั้งโลก แต่จะขึ้นอยู่กับว่าแถวไหนผลิตอะไรได้มาก ก็จะมีตลาดที่กำหนดราคากลางของโซนนั้น

แล้วถามว่าเราจะเอาตัวเลขพวกนี้มาจากไหน? ก็ต้องตอบกันแบบตรงๆ ว่า ของฟรีไม่มีในโลกนะครับ อยากรู้ก็ต้องจ่ายเงิน
แล้วแพงไหม? ก็ต้องตอบว่า โค-ตะ-ระ แพง
ยกตัวอย่าถ้าคุณอยากรู้ราคา steel scrap price ของตลาด LME ที่ลอนดอน แบบ ราคาสดๆ ณ ปัจจุบัน คุณอาจจะต้องจ่ายเงินถึงเดือนละ 7 หมื่นบาท
หรือจะดูแค่ราคาปิดตลาดของแต่ละวันก็ต้องเสียเงินประมาณ 14,000 บาทต่อปี

แต่ แต่ แต่ ยังโชคดีอยู่บ้างที่ตลาดบางที่ เปิดให้คุณดูข้อมูลฟรีๆ วันละนิดๆ หน่อยๆ  ซึ่งเท่าที่ผมใช้อยู่ตามนี้เลยครับ

  1. LME steel scrap price
  2. Iron ore 62% Singapore Market
  3. Billet Chinese port (อันนี้ต้องสมัครสมาชิกก่อนครับ)
  4. และสุดท้ายค่าเงิน เพื่อแปลงค่าเงินต่างๆ ให้กลายเป็นบาทในวันนั้นๆ USD to THB  / CNY to THB

ถึงจะน้อยและไม่ครบถ้วนและออกวันละรอบ แต่ก็เพียงพอให้เรานำมาวิเคราะห์ได้ครับ อาศัยแค่ความถึกนิดหน่อย เปิดดูทุกวัน แล้วเก็บของมูลเอาไว้
รวมถึงราคาในประเทศ ซึ่งโชคดีที่ผมได้มีการซื้อขายกับโรงหลอมเหล็กใหญ่ๆ ในไทย2-3โรง ทำให้พอได้ข้อมูลมาบ้าง แต่คุณจะอ้างอิงราคาแถวๆ บ้านก็ไม่ต่างกันครับ เอามาวิเคราะห์ได้เหมือนกัน
ซึ่งตลอดระยะเวลาปี 2559 ผมทำกราฟ ออกมาได้เป็นดังนี้ครับ
image2017-2-9_17-27-47
ก่อนอื่นอธิบายอธิบายความหมายของแต่ละเส้นก่อนครับ

  • เส้นสีเขียว ราคาบิลเลต ผมเลือกของเมือง Tianjin ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนักอยู่ใกล้ๆ เซี้ยงไฮ้ อารมณ์คล้ายๆ ระยองบ้านเรา ที่จริงมีของหลายๆเมืองครับ แต่ขอเลือกแค่เมืองใหญ่ๆ เมืองเดียวพอครับ แค่นี้ก็ลายตาจะแย่

บิลเลตคืออะไร?

304-stainless-steel-billet-250x250

บิลเลตคือเหล็กแท่งที่ได้จากการหลอมแร่เหล็กและกำจัดคาร์บอนในเนื้อเหล็กออก แต่ยังไม่พร้อมใช้งาน หรือเรียกอีกอย่างว่า เหล็กกลางน้ำ (semi steel)
ในบ้านเราจะนำเหล็กบิลเลตมาทำการให้ความร้อนแล้วรีดออกมาเป็นเหล็กรูปพรรณเช่น เหล็กเส้น เหล็กล่อง เหล็กแป๊ป เป็นต้น

  • เส้นสี ส้ม ม่วง น้ำเงิน คือ ราคาเศษเหล็กของตลาดลอนดอน LME ที่มีอยู่ 3 เส้นก็เพราะการซื้อขายจะเป็นการซื้อขายล่วงหน้า ประมาณว่าตกลงราคากันวันนี้รับของอีก 3 เดือน ข้างหน้า ที่มีอยู่ 3 เส้นก็คือ1-2-3 เดือนล่วงหน้าครับ
  • เส้นสี แดง คือ iron ore ของตลาดสิงค์โปร โดยปกติแล้วประเทศไทยไม่ได้ใช้ iron ore แต่เนื่องจากเป็นแร่ธาตุพื้นฐานในการผลิตเหล็ก เราจึงต้องดูเอาไว้ และเนื่องจากราคามันต่ำมากเมื่อเทียบกับกราฟตัวอื่น ผมจึงทำการทวีคูณมันขึ้นมา 3 เท่าเพื่อให้กราฟดูง่ายขึ้น (แต่ไม่ถูกหลักการนะครับ)

Iron ore คืออะไร?

bigstock-heap-of-natural-iron-ore-isola-43403272-1

iron ore หรือสินแร่เหล็ก คือหินที่มีแร่เหล็กสูง ถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งประเทศที่ขุดขึ้นมามากที่สุดอยู่ที่ จีน ออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่แล้ว สินแร่เหล็กที่ขุดขึ้นมาจะมีแร่เหล็ก Fe ประมาณ 60 % สินแร่เหล็กต้องผ่านการถลุงเพื่อผลิตเป็น บิลเลต หรือ pig iron (เอาไปทำเหล็กหล่ออีกที) ต่อไป

  • เส้นสี ฟ้า คือเส้นราคารับซื้อเฉลี่ยของโรงงานในไทย ซึ่งราคาที่ผมใช้เป็นราคาตัวแพงที่สุดของเศษเหล็กปกติ (ที่ไม่ใช่เหล็กปั๊มหรือเหล็กหล่อ)

ที่นี้เราจะใช้กราฟพวกนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ยังไง ก็ต้องมาดูธรรมชาติของมันครับ ซึ่งตรงนี้เป็นสมมติฐานส่วนตัวล้วนๆ นะครับ ห้ามเอาไปอ้างอิงเด็ดขาด

  1. ราคาในประเทศและราคา iron ore จะผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับตัวอื่น
  2. ราคาบิลเลตที่จีนจะสูงกว่าเหล็กในประเทศ ไม่ต่ำกว่า 3 บาท
  3. จากกราฟ ราคาจะขึ้นพร้อมๆกัน แต่บิลเลตจะลงก่อน
  4. ถ้าราคา LME2,3 month ขึ้นแซง 1 month ต่อมาเหล็กจะขึ้น และถ้า LME2,3 month ลงต่ำกว่า 1 month ต่อมาเหล็กจะลง
  5. ช่วงราคานิ่งๆ LME1 2 3 month จะใกล้เคียงกัน
  6. ถ้า iron ore ขึ้น ราคาเหล็กจะขึ้นและยืนอยู่ได้นานกว่า
  7. ราคาเหล็กในประเทศ จะอ้างอิง ราคา LME มากกว่า บิลเลตหรือ iron ore โดยจะตามหลัง LME เสมอ
  8. ราคาเหล็กในประเทศขาขึ้นจะรอดูท่าทีค่อนข้างนาน แต่ขาลงจะลงทันที

จากสมมติฐานของผมทั้ง 8 ข้อ เราลองมาดู กราฟของปีนี้กันครับ ว่าจะเป็นอยา่งไร ตอนที่ผมทำนี้ เป็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีข่าวว่าเหล็กจะลงแน่ๆ เป็นบาทนะครับ

image2017-2-9_18-59-22

**เนื่องจากกราฟดูไม่ชัดผมเลยปรับ บิลเลตลงมา 3 บาท **

จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม มีข่าวออกมาแผลมๆ ว่าเหล็กจะลงราคา จะเห็นได้ว่าเป็นช่วงเดียวกับที่ LME-3M ต่ำกว่า 1M ในขณะที่บิลเลตจีนยังขึ้นอยู่

พอบิลเลตจีนลงมาประมาณ.50สตางค์  LME2-3 ก็ลงทันที ในขณะที่ตัวอื่นยังนิ่ง
พอเข้าก่อนตรุษจีน LME 2-3 ลงแรงอีกครั้ง เหล็กในประเทศจึงประกาศลงทันที
แต่ iron ore กับ billet ไม่เล่นด้วย  LME จึงปรับขึ้นมาเท่ากันอีกครั้ง อันเป็นเหตุบอกว่าราคาน่าจะคงตัวไปอีกระยะ
แต่ราคาเหล็กไทยซึ่งปกติจะต่ำกว่า LME ตลอด มีความเป็นไปได้ว่าจะปรับลงเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง

ดังนั้นถ้าหากจะพยากรณ์ราคาต่อไปผมแนะนำดังนี้

  1. สังเกต LME2-3 เมื่อไหร่ที่ลงฉีกจาก LME1 มากๆ มีสิทธิ์ลงแน่นอน
  2. ถ้า LME2-3 ลงพร้อม iron ore และ billet โอกาสที่จะลงต่อเนื่องมีมาก

ทั้งนี้ทั้งนั้นการดูกราฟ เป็นการคาดเดาราคาระยะสั้น และยังมีปัจจัยอีกมาก เช่น ราคาของตลาดอื่นๆ หรือการแข่งขันภายในประเทศ โดยหากจะคาดการณ์ระยะยาว สิ่งที่พวกเราชาวค้าของเก่าควรจะเฝ้าติดตามคือ สถานะการณ์เศรษฐกิจโลก รวมถึงการบริโภคภายในประเทศ

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ การบริหารจัดการภายใน ผมเชื่อว่าธรรมชาติของร้านค้าของเก่าจะเก็บของไว้จำนวนมากด้วยหลายๆ ปัจจัย โดยหารู้ไม่ว่าการเก็บของเยอะๆ นั้น เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง การบริหารสินค้าของเราให้มีประสิทธิภาพต่างหาก ที่จะเป็นคำตอบของการค้าของเก่าที่เข้มแข็งโดยไม่ต้องไปพึ่งพิงราคาของที่ใดๆ ไว้ถ้ามีโอกาส ผมจะหาเรื่องการบริหารคลังสินค้ามาคุยกันอีกครั้งหนึ่งครับ

ก่อนจบ ต้องย้ำอีกครั้งว่าการวิเคราะห์กราฟของผมเป็นการวิเคราะห์แบบมวยวัด ตามมีตามเกิด อาจจะดูมั่วๆ อยู่บ้าง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ถ้าใครมีอะไรติชม ชี้แนะได้ครับ

2 comments

  1. อยากทราบว่า ทำกราฟแบบนี้ ใช้โปรแกรมอะไรเหรอครับ รบกวนขอคำชี้แนะด้วยนะครับ ผมอยากลองทำดูบ้าง คุณมี e-mail ไหมครับ ผมอยากขอปรึกษาความรู้หน่อยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *